กระทู้นี้เป็นแค่การแสดงความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ได้ต้องการให้เกิดความขัดแย้งใดๆทั้งสิ้น หากใครไม่ชอบใจปิดได้เลยนะครับ

ช่วงนี้ค่อนข้างห่อเหี่ยวครับ ไม่รู้จะอัพอะไรดี อยู่ร้านนั่งเหงาๆ เลยไปขุดๆคุ้ยๆหนังสือการ์ตูนที่เอามาทิ้งไว้ที่ร้านเพื่ออ่านแก้เซ็ง คุ้ยอยู่นานก็เจอกับ xxx Holic ของคุณพี่ที่ทิ้งไว้เราเลยหยิบมาอ่าน ผมไม่แน่ใจว่าclamp เขียนการ์ตูนมานานแค่ไหน แต่ที่ผมนับๆได้ก็ราวๆ 20 ปีเห็นจะได้ การ์ตูนที่แคลมป์เขียนทุกเรื่องไม่ว่าจะแนวไหน สุข เศร้า เหงา เฮฮา ตลก ผญจภัยแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมหาเจอจากการ์ตูนของแคลมป์แทบทุกเรื่อง คือ ความจริงของมนุษย์ แต่เรื่องที่ผมเห็นชัดที่สุด คือเรื่องนี้ครับ xxx Holic

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

(รูปนี้ชอบเป็นการส่วนตัว หุๆ)

xxx holic แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการ์ตูนที่เอาความจริงของมนุษย์มาเขียนเลยก็ได้ โดยความจริงที่ว่า ไม่เกี่ยวกับความเหมาะสม หรือ ข้อบังคับในสังคมเลย เพราะตามความคิดของผมสิ่งที่Clampนำเสนอมันคือ นิสัยของมนุษย์จริงๆ 

ผมไม่ได้มีความรู้มากมายอะไรมาจากไหน แต่ที่ผมเขียน ผมแค่ "วัดด้วยความรู้สึกของผมเท่านั้น" ในตัวเรื่องนั้นมีหลายๆคำพูดที่ผมชอบนะเดี๋ยวลองไล่ไปทีละเล่มแล้วกัน เอาเฉพาะที่ตอนนี้แปลไทยก่อนนะครับก็มีราวๆ 8 เล่ม

เริ่มด้วย

เล่ม 1

เป็นคำพูดประโยคติดปากของ คุณยูโกะเลยทีเดียว

"การจะได้รับสิ่งใดก็ต้องมีสิ่งตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อกัน จะให้มากเกินไป หรือ ช่วงชิงมามากเกินไปไม่ได้ ต้องไม่ขาดไม่เกิน เท่าเทียมและพอดิบพอดี"

ครับสำหรับตัวผม ผมคิดว่าไม่มีอะไรในโลกได้มาฟรีๆ ผมไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องเงิน แต่ผมหมายรวมไปถึงการตอบแทนด้วยอย่างอื่น สมมุติง่ายๆนะครับ เราซื้อปากกา 1 ด้าม ราคา 10 บาท ซึ่งดูจากตัวปากกาและอื่นๆแล้ว 10 บาทก็เหมาะสม หรือเราทำงานเป็นวันๆแถมเป็นงานหนักและเหนื่อย ได้วันละ 500 ก็ถือว่าเหมาะสม แต่บางคนอาจจะบอกว่า แล้วที่พ่อแม่ให้เงินเรา ไม่เห็นต้องแลกกับอะไรเลย แค่แบมือขอก็ได้แล้ว จริงๆแล้วคุณจ่ายด้วยอย่างอื่นไปแล้วยังไงละครับ อย่างพ่อแม่ให้คุณไปซื้อของให้ กลับมาคุณได้เงิน 5 บาทเป็นค่าตอบแทนก็ถือว่าเหมาะสม หรือ ตอนคุณไปโรงเรียน แม่ทำข้าวกล่องให้คุณไปกิน คุณก็ต้องเดินทางไปโรงเรียนและตั้งใจเรียนเป็นสิ่งตอบแทน ถึงคุณจะบอกว่าฉันไม่ได้ทำแบบนั้นสักหน่อย ไปก็เรียนๆเล่นๆ ฉันไม่เห็นได้จ่ายอะไรหรือเสียอะไรไปเลย แต่มันมีครับ ถึงคุณไม่ได้จ่ายในตอนนี้มันก็ต้องจ่ายในอนาคตอยู่ดี เช่นในอนาคตคุณเรียนจบมีงานทำ คอยดูแลพ่อแม่ นั้นละครับคือค่าตอบแทน แต่บางคนพ่อแม่อาจจะด่วนเสียไปซะก่อน คุณอาจจะบอกว่าชั้นก็ไม่ได้จ่ายเลย คุณจ่ายแล้วครับ คุณจ่ายด้วยความเสียใจและสำนึกในการ์กระทำของตัวเอง ความสำนึกในการกระทำนั้นๆก็รวมเป็นการตอบแทนเช่นกัน หรือการที่คุณทำงานหนักตลอดเดือน เพื่อวันหยุดและโบนัส นั้นก็คือค่าตอบแทนความพยายามแล้วครับ

"ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่หากมนุษย์ฆ่ามนุษย์กันเองก็จะต้องแบกรับน้ำหนักในส่วนที่ตัวเองฆ่าเอาไว้ด้วย"

ครับ สิ่งนั้นถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ความรู้สึกผิดบาปที่จะหลอกหลอนคุณไปตลอดชีวิต (ผมพูดในกรณีคนทั่วๆไปนะครับ) หากฆ่าใครสักคนไปแล้ว คุณจะต้องรู้สึกผิดบาปหลอกหลอนคุณไปจนวันตาย เพราะคนเราจะกดมันไว้โดยปกติสามัญสำนึก แต่หากวันใดคุณทำลงไปแล้ว มันแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินพวกผู้ร้ายฆ่าคนที่โดนจับแล้วไปฆ่าตัวตายในคุก หรือ ถ้าหากคนๆนั้นหนีการตามล่าจากตำรวจไปได้คุณคิดว่าเค้าจะสามารถใช้ชีวิตได้สงบสุขไหม? นั้นละคือน้ำหนักที่ว่าละครับ จริงๆเอาแค่ง่ายๆถ้าคุณทำใครสักคนเจ็บปวดไม่ว่าจะด้วยการกระทำหรือคำพูด ต่อให้คุณขอโทษเค้าแล้วคุณก็ยังอาจจะรู้สึกผิดอยู่เล็กๆในใจใหมครับ นั้นล่ะครับคือ ค่าตอบแทนที่ต้องจ่าย

"พฤติกรรมที่ติดเป็นนิสัยน่ะ ถ้าเจ้าตัวไม่สังเกตและไม่คิดจะแก้ไขด้วยตัวเองก็ไม่มีทางหายหรอก"

"ไอ้นิสัยติดตัวน่ะ ไม่ใช่สิ่งที่จะแก้เพื่อใครได้หรอกนะ มันต้องแก้เพื่อตัวเองต่างหาก"

"ผู้หญิงคนนั้นต้องสูญเสียและแบกรับสิ่งต่างๆไว้มากมายจากการโกหก แต่หล่อนยังไม่รู้ตัวเพราะสิ่งที่ต้องเสียไปหรือสิ่งที่ต้องแบกรับมันไม่สำคัญสำหรับหล่อน"

"แล้วสิ่งที่เธอคนนั้นเห็นว่ามันไม่สำคัญน่ะ จะให้ใครมาจ้ำจี้จ้ำไชว่าควรทำอย่างงั้นอย่างงี้เพราะความจำเป็นหรือเพราะความเหมาะสมก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาอยู่ดี เพราะสิ่งที่ดีหรือร้ายสำหรับแต่ละคนมันก็แตกต่างกันออกไป"

อันนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากเพราะมันมีคำตอบอยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว การจะทำอะไรก็ตามเมื่อตนเองไม่รู้สึกว่ามันลำบากหรือเดือดร้อนแล้วละก็คงไม่มีใครลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงมันหรอกครับ ตัวเองต้องรู้จักตัวเองและเข้าใจตนเองถึงจะสามารถรับรู้และแก้ไขได้ครับ  ในตอนของคำพูดนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงที่ชอบพูดโกหกครับ เธอโกหกทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน ทุกที่ที่มีโอกาสครับ ประมาณนั้น แล้วก็จะมีเรื่องต่อจากนี้ที่คำพูดก็จะประมาณเดียวกันนี้ครับเป็นเรื่องของ "ความสำคัญต่อตนเอง"ครับ

"ไอ้การจะเลิกจากอะไรสักอย่างน่ะ ต้องเริ่มจากทำความเข้าใจก่อนว่าทำไมถึงอยากเลิก และทำไมถึงเลิกไม่ได้"

"ไอ้การจะเลิกน่ะ มันหมายถึงทั้งหมด ทุกสิ่ง ทุกอย่างจะแค่นิดเดียว เล็กน้อย หรือ แป๊ปเดียว ก็ถือว่าหันไปหามันอีกอยู่ดีนั่นแหละ"

"การจะ เริ่มทำ หรือ เลิกทำอะไร ก็ล้วนต้องทำให้ถึงที่สุดทั้งนั้นแหละ"

"สิ่งสำคัญคือ การกระทำและความซื่อสัตย์ ต่อตนเอง"

"ไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นอะไรหรือจะเป็นใครก็ตาม การตัดสินใจจะทำหรือไม่ทำอะไรสักอย่างถือเป็นคำสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเอง และคนที่จะรักษาหรือทำลายสัญญานั้นได้ ก็มีแต่ตัวเองเท่านั้น เพราะไม่มีใครจะมารับผิดชอบคำสัญญาของเธอได้อยู่แล้ว"

"ครอบครัวก็ถือเป็นคนอื่นอยู่ดีนั่นแหละ ถึงจะมีสายเลืดร่วมกันหรือมีความสัมพันธ์กันยังไงแต่คนที่ไม่ใช่ เรา ก็ถือเป็นคนอื่นอยู่ดี"

"หากมันเป็นเส้นทางที่ตัวเองเลือกแล้วละก็ แม้ต้องสูญเสียโลกในตอนนี้ หรือ ต้องทิ้งความสุขสบายแต่ก็ยังไล่ตามสิ่งที่ปรารถนา แม้จะเข้าใจถึงความทรมานและความสำคัญของสิ่งที่ต้องสูญเสียไปเป็นอย่างดีแต่ก็ยังต้องการและมีชีวิตอยู่เพื่อสิ่งนั้น นั่นแหละคือความแน่วแน่ที่แท้จริง"

ข้ออื่นๆก็มีความหมายในตัวเองครับ แต่มีส่วนที่ต้องเน้นนะครับ "เข้าใจถึงความทรมานและความสำคัญของสิ่งที่ต้องสูญเสียไปเป็นอย่างดี" การจะเรียกการตั้งใจทำอะไรสักอย่างว่าความมุ่งมั่นต้องเข้าใจถึงขอบเขตและสิ่งที่ต้องเสียไปครับ จะยิ่งใหญ่หรือเล็กน้อยมันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน เพราะหากสักแต่ทำๆไปโดยไม่เข้าใจมันอาจจะส่งผลถึงอะไรหลายๆอย่างโดยที่คุณไม่ตั้งใจก็ได้

เอาละครับยิ่งอ่านยิ่งมึน ยิ่งเขียนยิ่งงง เอาเป็นว่าวันนี้พอแค่นี้ก่อนดีกว่านะครับ แล้วถ้าวันหลังมีเวลาอาจจะมาเขียนต่อนะครับ

แล้วเจอกันครับ บายๆ

Comment

Comment:

Tweet

xxx

#6 By XXX (223.207.105.70) on 2011-11-29 09:16

///สัจธรรมดีมากๆ

อ่านแล้วก็ชอบหลายข้อเลย

แต่ชีวิตอายะคิดว่าไม่ค่อยมีอะไรที่เป็นการตอบแทนที่สาสมสำหรับเรื่องหลายเรื่องอะ

(นี่สินะ ความต่างของโลก)

#5 By [Ay@nA_FuJiwarA] on 2009-11-07 23:46

เพิ่งเห็นเคยเขียนดีมีสาระ (=w= )//
Hot!

แต่เรื่องนี้อ่านแล้วสะดุ้งทุกอย่างเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นความจริงที่แฝงในเรื่อง...
หรือแม้แต่ภาพประกอบ sad smile

#4 By ToEi on 2009-11-06 23:29

ชอบแนวความคิดของเรื่องนี้นะ แบบว่าตอนนี้ทุกประโยคที่ถูกยกมามันช่างตรงใจเหลือเกิน เพราะอยากให้ใครบางคนได้อ่านแล้วสำนึกให้ได้บ้างจัง

เรื่องบางเรื่องหากเจ้าตัวเขาไม่สำนึกด้วยตัวเองก็จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงจริงๆนั่นแหละ

อา......อ่านเรื่องนี้แล้วให้ข้อคิดอะไรหลายๆอย่างเลยล่ะ ^^
เห็นด้วยค่ะ
เราก็ได้อ่านการ์ตูนของแคลมป์ มาตลอดเลย
แล้วเราก็ชอบเรื่องxxxHolic มากเหมือนกัน

รู้สึกเหมือนกันว่า
แนวความคิดแบบนี้ เป็นแนวความคิดของคนเอเชียซะส่วนใหญ่
confused smile

#2 By [Tikky] My Moment |。・ω・)ノ on 2009-11-06 15:12

งั้นผมก็ตอบแทนไม่เหมาะสมสิครับ

เพราะเมื่อก่อนไม่ตั้งใจเรียน หุหุ

#1 By ขอบฟ้า on 2009-11-06 14:54